7 สาเหตุที่ทำให้ไม่ควรเข้าไปดูหนังในโรง

22 ก.ค.

1.ราคามันช่างแพงเหลือเกิน แล้วยังโฆษณามันซะนาน จนลืมว่ามาดูหนัง
หรือมาดูโฆษณาหล่ะเนี่ย
2.เวลาปวดฉิ๊งฉ่อง จะออกไปทำธุระก็ไม่ได้ ไม่เหมือนนั่งเปิดแผ่นอยู่ที่บ้าน 
สต๊อพไว้ก่อนได้
3.กินอะไรอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากป๊อปคอร์น เป๊ปซี่ และน้ำเปล่า รู้ไหมว่าบางครั้ง
ก็อยากกินข้าวมันไก่ตอนดูหนังบ้าง
4.อาจประสบปัญหาแบบนี้ "อ้าว เมื่อกี๊พระเอกมันพูดว่าไรวะ" ดันฟังคำบางคำ
ไม่รู้เรื่อง
5.เผลอใจลอยแป๊บเดียว กลับมาดูอีกที พลาดฉากเด็ดไปเสียแล้ว จะให้ย้อนกลับไป
ก็ไม่ได้ เลยต้องถามเพื่อน
6.ไอ้เพื่อนที่นั่งข้างๆเนี่ย จะถามอะไรนักหนา ทำให้ตูดูไม่รู้เรื่องไปด้วยเลย
7.กาดอกจันตัวโตๆไว้เลยข้อนี้ ท่านอาจประสบปัญหากับเหล่าเกรียนในโรงหนัง 
ที่ชอบ
	-คุยกันเสียงดังเหมือนกับว่ามีพวกมันดูกันอยู่แค่นั้น
	-หัวเราะเสียงดังๆ แสดงความเกรียนออกมาให้คนอื่นรู้
	-เวลามีสาวๆสวยๆในหนัง ไอ้เหล่าเกรียนพวกนี้มันจะผิวปากออกมา (มันเกรียนจริงๆ)

ปล.ส่วนมากพวกเกรียนทั้งหลาย จะมากันเป็นกลุ่ม และมาดูหนังวัยรุ่น !!!

ภาพยนตร์ 4มิติ !!! ลืมการนั่งดูหนังแบบเดิมๆทิ้งไปซะ

22 ก.ค.

การดูหนังแบบ 3D คิดว่าน่าตื่นเต้นแล้วใช่มั้ย? ลืมมันไปซะ เพราะตอนนี้โรงหนัง 4D ได้เปิดตัวในไทยแล้ว

ท่านจะได้อรรถรสความตื่นตาตื่นใจในรูปแบบใหม่ๆที่ไม่เคยได้สัมผัสจากการดูหนังในโรงแบบเดิมๆมากมาย ทั้ง แสง สี เสียง กลิ่น สัมผัส และเอฟเฟคที่สมจริง ภาพยนตร์จะถูกฉายบนจอซิลเวอร์สกรีน(จอเงิน หรือเปล่านั่น :P) ระบบภาพ Master image 3D ระบบเสียง 7.1 channel ส่วนค่าตั๋วอยู่ที่ประมาณ 300-500 บาท ถือว่าไม่แพงมากสำหรับการได้ดูหนังสนุกๆซักเรื่อง

เอฟเฟคที่สมจริงเหมือนเอาตัวเราเข้าไปอยู่ในหนัง ถูกโฆษณาไว้เยอะแยะเต็มไปหมด ยกตัวอย่างเช่น ภาพแบบ3มิติ การสั่นสะเทือน ละอองน้ำ เป่าลม กลิ่น แสง หรือ แม้กระทั่ง สะกิด เอากะมันสิ ต่อไปนี้เวลาดูหนังผี4D คงต้องเดากันเอาเองว่า ไอ้ที่กำลังสะกิดๆหลังเราอยู่เนี่ย เป็นเอฟเฟคของทางโรงหนัง หรือว่า…..?

ลองลิ้มรสชาติของการดูหนังแบบ 4D ที่พารากอน ซีนีเพล็กซ์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน แล้วจะรู้ว่าสมคำโฆษณาหรือไม่

ที่มา http://www.majorcineplex.com/4dx

เกาะกระแส Harry Potter 7 มาดูไม้กายสิทธิ์แบบชัดๆกันดีกว่า

21 ก.ค.

แฮร์รี่ พอตเตอร์
ไม้กายสิทธิ์ทำจาก ไม้ฮอลลี่ ขนาด 11 นิ้ว แกนกลางบรรจุขนนกฟีนิกซ์ (ฟอกส์) ดีและนุ่ม (ชำรุด)
ไม้กายสิทธิ์ทำจาก ไม้แบล็กทอร์น (รอนขโมยมาให้จากแก๊งนักต้อน)
ไม้กายสิทธิ์ทำจาก ไม้ฮอว์ทอร์น แกนกลางบรรจุขนหางยูนิคอร์น 10 นิ้ว ยืดหยุ่นกำลังดี (แฮร์รี่ยึดมาได้จากเดรโก มัลฟอย ในครั้งที่หลบหนีออกมาจากคฤหาสน์มัลฟอย)

อ่านเพิ่มเติม

หากสงสัยเกี่ยวกับไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์…ทำไมเป็นของแฮรี่? [Spoil]Harry Potter 7 Part 2

21 ก.ค.

ก่อนจบเรื่อง แฮรี่พูดเฉลยกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ว่า เจ้าของไม้ที่แท้จริงคือเขาเอง ไม่ใช่โวลเดอมอร์  แต่หลายคนยังไม่รู้ ว่าแฮรี่ไปเป็นเจ้าของไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ได้อย่างไร

ในฉากจบภาคที่แล้ว โวลเดอมอร์ไปขโมยไม้เอลเดอร์มาจากหลุมฝังศพดัมเบิลดอร์ แต่พอได้ไม้มาก็ใช้การได้ไม่ดีนัก จึงนึกขึ้นได้เกี่ยวกับการตกทอดของไม้กายสิทธิ์ว่า ไม้จะสวามิภักดิ์ต่อใครก็ตามที่เอาชนะเจ้าของเดิมของมันได้ โวลเดอมอร์จึงเรียกสเนปไปฆ่า แล้วก็คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของไม้ที่แท้จริงแล้ว แต่ในฉากต่อสู้กับแฮรี่ โวลเดอมอร์กลับแพ้แฮรี่

นั่นเป็นเพราะ ไม้เอลเดอร์นั้น สเนปไม่ได้เป็นผู้ครอบครอง แต่ผู้ครอบครองไม้เอลเดอร์ที่แท้จริง คือ มัลฟอย (หลายคนสงสัยว่าเป็นของมัลฟอยได้อย่างไร?) ต้องย้อนกลับไปถึงภาค 6 ในตอนที่ดัมเบิลดอร์ถูกสเนปฆ่า ก่อนที่สเนปจะมาถึง มีฉากที่มัลฟอยเผชิญหน้ากับดัมเบิลดอร์อยู่ ตอนนั้นแหละที่มัลฟอยใช้ถาคาปลดไม้กับดัมเบิลดอร์ หลังจากนั้นไม้เอลเดอร์ก็ตกเป็นของมัลฟอย โดยที่ตัวมัลฟอยเองยังไม่รู้ตัวเลย

อ้าว แล้วมันเป็นของแฮรี่ตั้งแต่เมื่อไร?…. คำตอบคือ ในภาค 7.1 ฉากในคฤหาสน์มัลฟอย แฮรี่แย่งไม้ไปจากมือมัลฟอย ตอนนี้เท่ากับว่า สิทธิ์ผู้ครอบครองไม้เอลเดอร์ตกเป็นของแฮรี่แล้ว นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ต่อให้โวลเดอมอร์ฆ่าสเนป ผู้ที่เป็นคนฆ่าดัมเบิลดอร์(เจ้าของเดิมของไม้เอลเดอร์) โวลเดอมอร์ก็ไม่ได้สิทธิ์เป็นเจ้าของไม้เอลเดอร์อยู่ดี เพราะไม้ตกเป็นของมัลฟอยก่อนที่สเนปจะมาฆ่าดัมเบิลดอร์แล้ว

และสิ่งที่โวลเดอมอร์อาจจะยังไม่รู้คือ การที่ไม้จะสวามิภักดิ์ต่อใครนั้น ไม่ใช่จะต้องฆ่าเจ้าของเดิมเพียงอย่างเดียว แค่เพียงเอาชนะเจ้าของเดิมให้ได้ก็พอ การชนะในที่นี้อาจจะหมายถึง ปลดไม้ ฆ่า หรืออาจจะแย่งมาโดยที่เจ้าของเดิมไม่เต็มใจ แค่นั้นก็เพียงพอต่อการได้สิทธิ์ครอบครองไม้แล้ว

Harry Potter and The Deathly Hallows Part II [spoilนิดๆ]

21 ก.ค.

ย้อนไปตอนจบของภาคที่แล้ว (7.1) โวลเดอมอร์ได้ขโมยไม้กายสิทธิ์เอลเดอร์ไปจากหลุมฝังศพดัมเบิลดอร์ แล้วตัดจบไป

หนังเปิดฉากด้วยภาพโรงเรียนเวทย์มนต์ฮอกวอตส์ที่แวดล้อมไปด้วยความน่ากลัว และรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะคืบคลานเข้ามา ในภาคนี้แฮรี่และเพื่อนๆ ต้องออกตามหาฮอร์ครักซ์อีก4อันที่เหลืออยู่ และทำลายมัน เพื่อที่จะปลิดชีพจอมพ่อมดโวลเดอมอร์ให้ได้ ในภาคนี้แฟนๆแฮรี่ต่างรอดูฉากเด็ดที่ในหนังสือได้เขียนไว้ แน่นอน หนึ่งในนั้น คือ ฉากที่มอลลี่สู้กับเบลลาทริกซ์ หรือ ฉากโวลเดอมอร์กับสเนปที่เพิงโหยหวน ฉากที่เอลฟ์มาร่วมต่อสู้กับแฮรี่ และฉากเด็ดที่ใครๆต่างรอดูคือ ฉากต่อสู้ของแฮรี่กับโวลเดอมอร์ ก่อนเข้าไปดูได้ยินเสียงแว่วๆมาว่า ภาคนี้จะโดนตัดเนื้อเรื่องทิ้งเหมือนภาคก่อนๆหรือเปล่า แต่หลังจากเข้าไปดูจนจบ ได้ข้อสรุปว่าประทับใจกับบทกำกับมากๆ แม้จะมีฉากบางฉากให้ขัดใจอยู่บ้างเล็กน้อย และบางฉากที่ถูกตัดออกไปจากหนังสือ แต่ก็พูดได้เลยว่า ใครที่ยังไม่เคยดูหรือใครที่คิดว่าจะดูแต่ยังไม่ได้ดู แนะนำให้ซื้อตั๋วเข้าไปดูในโรงหนังได้เลย ไม่เสียตังค์เปล่าแน่นอน

ถ้าเป็นคนชอบดูหนัง ต้องรู้จัก…Forrest Gump

21 ก.ค.

Forrest Gump ชื่อนี้คุ้นหูกันมั้ย? หรือว่าไม่เคยได้ยินเลย หากท่านเป็นคนที่รักการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจแล้ว  ก็ไม่ควรที่จะพลาดดูหนังเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง หนังเรื่องนี้สร้างจากนิยายชื่อ Forrest Gump เขียนโดย วินส์ตัน กรูม(Winston Groom) เป็นหนังที่ทำให้ผู้ชมนับล้านทั่วโลกทราบซึ้งตรึงใจไปกับช่วงเวลาในชีวิตของผู้ชายคนหนึ่ง ที่ถูกถ่ายทอดผ่านการแสดงอันยอดเยี่ยมจาก นักแสดงรางวัลออสการ์อย่าง ทอม แฮงส์ (Tom Hanks)

Forrest Gump ทำรายได้ถล่มทลายถึง 677 ล้านดอลล่าร์ และถูกจัดอันดับเป็นภาพยนตร์อเมริกันยอดเยี่ยมตลอดการ หนังเรื่องนี้ยังกวาดราลวัลจากหลายเวที เช่น รางวัลออสการ์ ได้ไป 6 สาขา ได้แก่ สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (ทอม แฮงส์), สาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (โรเบิร์ต เซเมคคิส), สาขาลำดับภาพยอดเยี่ยม, สาขาเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม, สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม และได้รับรางวัลลูกโลกทองคำไปอีก 3 สาขา

ในหนังจะเป็นการเล่าถึงชีวิตของชายหนุ่มชื่อ ฟอเรสท์ กั้มพ์ เขามีสติปัญญาหรือไอคิวที่ต่ำกว่ามาตรฐาน หนังเล่าเรื่องตั้งแต่ชีวิตในวัยเด็ก มีฉากที่เขาขึ้นรถรับส่งไปโรงเรียน แต่หาที่นั่งไม่ได้ เขาไม่มีเพื่อน เพราะเป็นคนที่นิสัยออกจะเงียบๆ แต่มีจิตใจที่งดงามมาก จนถึงตอนโต ในวัยเกณฑ์ทหาร เขาก็ได้พบกับเพื่อนแท้ ที่ในช่วงชีวิตของคนๆหนึ่งอาจหาได้ยาก ชีวิตของกั้มพ์ได้พบเจอผู้คนมากมาย และผ่านเหตุการณ์สำคัญๆต่างๆของอเมริกา ในยุค 1950-1970 ทั้งเอลวิส เพรสลี่ย์, จอห์น เอฟ เคนเนดี, ริชาร์ดนิกสัน, บริษัท แอปเปิ้ล และสงครามเวียดนาม ตลอดทั้งเรื่องกั้มพ์ผูกพันธ์กับผู้หญิงสองคน ได้แก่ แม่ และ เจนนี่ หญิงสาวผู้เป็นที่รักของเขา ชีวิตของกั้มพ์ถูกกระแสพัดพาไปอย่างช้าๆ ได้พบเจอทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้ แต่กั้มพ์ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา สิ่งที่เขาคิดและทำในหนัง ได้เกิดเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ชมทั่วโลกมาแล้วมากมาย หนังเรื่องนี้อาจทำให้คุณหันมาชื่นชอบหนังสไตล์ดราม่าไปเลย

“ชีวิตก็เหมือนช็อกโกแลตซักกล่องนึง เราไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไรบ้าง” – ฟอเรสท์ กั้มพ์

เคยรู้หรือไม่? ว่า Bodyslam มีอดีตสมาชิกมือกีต้าร์

21 ก.ค.

Bodyslam เกิดจากการรวมตัวของนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบ มีสมาชิกทั้งหมด 6 คน โดยตอนแรกใช้ชื่อวงว่า “ละอ่อน” ปี 2539 วงละอ่อนได้ประกวดดนตรีเวที HotWave ได้รางวัลชนะเลิศ และได้เซ็นสัญญากับค่าย Music Bug จนมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง 2 อัลบั้ม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

6 ปีถัดมา อดีตสมาชิกวงละอ่อน 3 คน ได้แก่ ตูน(ร้องนำ), ปิีด(มือเบส) และ เภา(มือกีต้าร์) ได้รวมตัวกันออกอัลบั้มใหม่ ในชื่อวงใหม่ว่า “Bodyslam” และใช้ชื่ออัลบั้มว่า “Bodyslam” การออกอัลบั้มนี้แท้จริงแล้วลำบากยากเย็นอยู่มากทีเดียว แต่จนแล้วจนรอดก็ได้ออกอัลบั้มนี้ได้สำเร็จ เพลงในอัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีหลายๆเพลงที่ติดชาร์ตกันทุกคลื่นวิทยุ เช่น อากาศ, ทางของฉัน ฝันของเธอ, ย้ำ, สักวันฉันจะดีพอ โดยเพลงที่ดังๆมากจนติดหูวัยรุ่นทุกคน แม้อาม่าก็ยังร้องตามได้ คือเพลง “งมงาย”

 

ในปีต่อมา Bodyslam ได้ออกอัลบั้มที่สอง โดยใช้ชื่ออัลบั้มว่า Drive และได้ประสบความสำเร็จอีกครั้ง กับหลายๆเพลง ทั้ง ให้รักคุ้มครอง, ความซื่อสัตย์, ชีวิตที่ฉันเหลืออยู่, หวั่นไหว, bodyslam, ภาพลวงตา และอีกเพลงที่ถือว่าเป็นเพลงตำนานของเพลงรักเลยก็ว่าได้ คือเพลง “ปลายทาง” หลังจากออกอัลบั้มนี้ Bodyslam ก็ดังเป็นพลุแตก จนได้ออกจากMusic Bugแล้วไปเซ็นสัญญากับ Genie Records ที่อยู่ในสังกัดค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ GMM Grammy ซึ่งมีศิลปินรุ่นพี่อย่างวง Big Ass อยู่ก่อนหน้าแล้ว แต่แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวง

เมื่อ เภา-รัฐพล พรรณเชษฐ์ มือกีต้าร์ได้ขอแยกตัวออกจากวง ไปออกอัลบั้มเดี่ยวในสังกัด ค่ายสนามหลวง ชื่ออัลบั้มว่า “Present Perfect” โดยมีเพลงที่อาจไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไร คือเพลง “คนไม่มีปีก” และ เพลง “ซ้ำไปซ้ำมา”

จนปี 2548 Bodyslam ก็ได้สมาชิกใหม่เข้ามา 2 คน คือ  ยอด-ธนชัย ตันตระกูล มือกีตาร์ที่เคยเป็นแบ็คอัพให้กับปาล์มมี่และอีกหลายศิลปิน กับ ชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด มือกลองที่เคยเป็นแบ็คอัพ ให้ Bodyslam มาตั้งแต่อัลบั้มแรก ทั้ง 4 คนจึงเป็นสมาชิกวง Bodyslam ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยอัลบั้มต่อๆมาอย่าง Believe, Save My Life และ คราม ได้เปลี่ยนแนวเพลงจาก 2 อัลบั้มแรกไปอย่างสิ้นเชิง Bodyslam ภายใต้การร้องนำของนักร้องขวัญใจวัยรุ่น อย่าง ตูน ก็ประสบความสำเร็จมากๆถึงมากที่สุด และถือได้ว่า วง Bodyslam เป็นวงดนตรีที่ครองใจวัยรุ่นไทยมากที่สุด และเป็นวงดนตรีอันดับหนึ่งของประเทศไทยไปแล้ว

ผลงานเพลงจากอัลบั้มเดี่ยวของ เภา เพลง “คนไม่มีปีก”

เพลง “ซ้ำไปซ้ำมา”